Tags: blog

จาก 'คนเขียนโค้ด' สู่ 'คนส่งมอบคุณค่า': บทบาทใหม่ของนักพัฒนาในยุค Vibe Coding

ในยุคที่ AI อย่าง GitHub Copilot, Cursor, หรือ Claude ช่วย 'เขียนโค้ดแทนเราได้'—หรือที่เรียกว่า ยุค Vibe Coding—คำถามสำคัญที่ผุดขึ้นในวงการคือ: แล้วนักพัฒนาจะยังมีคุณค่าตรงไหน? คำตอบสั้นๆ คือ:

บทบาทของ Testers ในยุค Vibe Coding

ในยุคที่การพัฒนาซอฟต์แวร์ถูกขับเคลื่อนด้วยเครื่องมือ AI และ "Vibe Coding" (การเขียนโค้ดแบบลื่นไหลตามอารมณ์) ทำให้ Developer ผลิตโค้ดได้รวดเร็วขึ้น บทบาทของ Tester หรือนักทดสอบระบบ

Over-Spec - เมื่อไหร่ที่ "แรงเกิน" กลายเป็น "แพงเกิน"

โพสต์นี้ขอคุยเรื่อง Over-Spec หรือการระบุสเปกของระบบที่ "มากเกินความจำเป็น" ในงานพัฒนาซอฟต์แวร์ แต่ก็สามารถประยุกต์ใช้กับธุรกิจอื่นๆได้ครับ จริงอยู่ที่การมีทรัพยากรเยอะไว้ก่อนฟังดูดี

ผู้ประกอบการรับมืออย่างไร? เมื่อโปรแกรมเมอร์สาย Vibe Coding มารับงาน

เมื่อนักพัฒนาสาย Vibe Coding เพิ่มมากขึ้น ผู้ประกอบการต้องปรับวิธีประเมินงานและคน เพื่อให้ได้ซอฟต์แวร์ที่มีคุณภาพจริง ไม่ใช่แค่ "เสร็จไว" 5 วิธีรับมือและประเมินงานจาก Vibe Coder 1. ขอดูโครงสร้างโค้ด

Vibe Coding ให้มีคุณภาพ: เมื่อโปรแกรมเมอร์ยุคใหม่ "แมตช์" กับ AI สร้างซอฟต์แวร์

คุณเคยจินตนาการไหมว่า การเขียนโปรแกรมอาจไม่ใช่แค่การนั่งจ้องจอเพื่อพิมพ์คำสั่งทีละบรรทัด แต่เป็นการ "แมตช์" ไอเดียกับ AI จนกลายเป็นซอฟต์แวร์ที่ใช้งานได้จริง?

Technical Debt: หนี้ที่มองไม่เห็น แต่กัดกร่อนธุรกิจคุณในยุค Vibe Coding

ในยุคที่ธุรกิจขับเคลื่อนด้วยซอฟต์แวร์ การพัฒนาโปรแกรมให้ออกมาเร็วกลายเป็นปัจจัยสำคัญในการแข่งขัน แต่เคยมีคำถามผุดขึ้นในใจหรือไม่ว่า "ทำไมระบบหลังบ้านเริ่มช้าลง? ทำไมแก้บั๊กนิดเดียวต้องใช้เวลานาน?

ชีวิต(การเขียนโค้ด)ดีขึ้น 100% ด้วยหลักการ Separation of Concerns

เวลาเราเจอร้านอาหารอร่อยๆ เคยสังเกตไหมว่าทำไมเขาถึงไม่ให้แม่ครัวเดินไปรับออเดอร์เอง? เพราะถ้าแม่ครัวต้องวิ่งไปรับออเดอร์ ล้างจาน คิดเงิน เปิดประตูรับลูกค้า… เดี๋ยวก็สต็อกวัตถุดิบพัง

Internet, Intranet และ Extranet: โครงสร้างดิจิทัลที่ขับเคลื่อนธุรกิจสู่ความสำเร็จ

ในยุคที่ข้อมูลคือสินทรัพย์ที่ล้ำค่าและความเร็วคือความได้เปรียบทางธุรกิจ ระบบเครือข่ายไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของฝ่าย IT (IT Infrastructure) อีกต่อไป แต่มันคือ "Business Platform"